ถาม - ตอบ เรื่องฟันฟัน กับหมอกิ๊ฟ

 


สวัสดีค่ะ
ทพญ.ปัทมา จิรรักษ์โสภากุล  หมอกิ๊ฟค่ะ
ทันตแพทย์ประจำคลินิกทันตกรรมเอจีเดนทัลพลัส


ใครมีปัญหาคาใจ เกี่ยวกับเรื่องฟันฟัน หรือสุขภาพในช่องปาก สอบถามมาได้เลยค่ะ

ทุกคำถาม-มีคำตอบค่ะ

คลิกที่นี่่เลยค่ะ   http://www.facebook.com/AGdentalPlus

email: agdentalplus@gmail.com

 

 

 

 

 

คำถามยอดฮิต

  • อยากจัดฟัน ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ?

    จัดฟันแบบธรรมดา VS ดามอน จัดแบบไหนดี ?


    จัดฟันระบบดามอน VS จัดฟันแบบใสไร้เหล็ก Invisalign แบบไหนเหมาะกับคุณ ?


    จัดฟันมาจากที่อื่นแล้วสามารถย้ายมาจัดที่ AG ได้หรือไม่ ?


    ใส่ฟันปลอมด้านหน้าอยู่ สามารถจัดฟันได้หรือไม่ ?


    มีเสียงที่ข้อต่อขากรรไกรเวลาอ้าหุบปาก สามารถจัดฟันได้ไหม ?


    นอนกัดฟันเสียงดังจนคนข้างๆรำคาญ มีวิธีในการรักษาอย่างไร ?


    นอนกัดฟันมีผลเสียอย่างไร ต้องรักษาไหม ?


    หมุดจัดฟันคืออะไร เจ็บมากไหม ?

     

    จัดฟันทำให้หน้าเรียว จริงไหม ?


    มีอาการปวดขากรรไกร ควรทำอย่างไร ?


    ฟันถูกกระแทก หักไปครึ่งซี่ ยังรักษาได้ไหม ?

    ฟันห่าง อยากทำให้ฟันชิดสวย ทำได้หรือไม่ ?

     

    ยิ้มแล้วเห็นเหงือกเยอะ ฟันสั้น แก้ไขได้หรือไม่ ?

  • คำถาม : อยากจัดฟัน ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ?

    คำตอบ : การจัดฟัน ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดค่ะ เพียงทำตาม 10 ขั้น หรรษา สไตล์ AG คุณก็เป็นเจ้าของรอยยิ้มที่สวยงามได้ง่ายๆแล้วค่ะ
    ขั้นตอนที่ 1. โทรนัดตรวจปรึกษาจัดฟัน หมายเลขโทรศัพท์ 0-2434-8344 , 091-054-6458
    ขั้นตอนนี้เป็นการตรวจเบื้องต้น เพื่อวางแผนในการจัดฟัน ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆค่ะ
    เมื่อ คนไข้ ตัดสินใจว่าจะเริ่มจัดฟันแล้ว คุณหมอก็จะทำการตรวจละเอียดเพิ่มเติม ได้แก่ การพิมพ์ปาก และเอ็กซเรย์จัดฟัน เข้าสู่ขั้นตอนที่ 2 และ 3 ต่อไปค่ะ

    ขั้นตอนที่ 2. พิมพ์ปากเพื่อวินิจฉัยจัดฟัน 1,000 บาท

    ขั้นตอนที่ 3. เอ็กซเรย์ฟิล์มใหญ่ใบหน้าตรง และด้านข้างด้วยระบบดิจิตอล 1,000 บาท

    ขั้นตอนที่ 4. การเตรียมช่องปากก่อนการจัดฟัน ในส่วนนี้ค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ ได้แก่
    •ขูดหินปูน 550 บาท คนไข้ทุกคนต้องได้รับการขูดหินปูน ขัดทำความสะอาดฟันก่อนการติดเครื่องมือจัดฟันค่ะ
    •อุดฟัน (โดยทั่วไปซี่ละ 400-1,000 บาท) ในกรณีที่มีฟันผุ ต้องอุดฟันให้เรียบร้อยก่อนค่ะ
    •การ รักษาอื่นๆที่จำเป็น ในคนไข้บางรายอาจมีปัญหาอื่นๆที่ต้องได้รับการแก้ไขก่อนเริ่มจัดฟัน เช่น เคลือบหลุมร่องฟันป้องกันฟันผุ , การรักษาโรคเหงือก , การรักษารากฟัน , การรักษาความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร ฯลฯ รายละเอียดในส่วนนี้จะบอกได้หลังจากได้รับการตรวจช่องปากแล้วค่ะ
    ดูค่ารักษา คลิกที่นี่ ค่ะ

    ขั้น ตอนที่ 5. ติดเครื่องมือจัดฟันที่ฟันบน ค่ารักษาขึ้นกับชนิดของเครื่องมือจัดฟัน เช่น เครื่องมือจัดฟันติดแน่นแบบโลหะ ค่าจัดฟันทั้งหมด 38,000-45,000 บาท โดยการติดเครื่องมือครั้งแรกนี้ คือจ่ายค่าจัดฟันครั้งที่ 1 =  3,500 บาท / เครื่องมือจัดฟันแบบอื่นๆ เช่น ดามอน เซรามิค อินวิสไลน์ ดูรายละเอียด คลิกที่นี่ ค่ะ

    ขั้น ตอนที่ 6. ถอนฟัน (เฉพาะเคสที่ต้องถอนฟันร่วมกับการจัดฟัน) ซี่ละ 400-600 บาท  โดยส่วนใหญ่จะให้คนไข้ติดเครื่องมือจัดฟันที่ฟันบนก่อน แล้วค่อยนัดถอนฟันหลังจากนั้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ค่ะ เพราะจะได้มีเครื่องมือจัดฟัน และลวดช่วยบังตำแหน่งที่จะถอน ช่วยให้ไม่เห็นช่องว่างชัดเจนมากนัก และถอนง่ายขึ้นค่ะ  (แต่ก็มีบางเคสที่จำเป็นต้องถอนฟันให้เรียบร้อยก่อนติดเครื่องมือจัดฟันนะคะ)


    ขั้นตอนที่ 7. ติดเครื่องมือจัดฟันที่ฟันล่าง คือจ่าย ค่าจัดฟันครั้งที่ 2 = 3,500 บาท

    ขั้นตอนที่ 8. ปรับเครื่องมือจัดฟันเป็นประจำทุกๆเดือน ค่าใช้จ่าย คือการจ่ายค่าจัดฟันรายเดือน สำหรับการจัดฟันติดแน่นแบบโลหะ ค่าจัดฟันครั้งที่ 3-4 ครั้งละ 3,500 บาท และตั้งแต่ครั้งที่ 5 เป็นต้นไปจนครบ ครั้งละ 1,200 บาท การจัดฟันแบบอื่นๆ ดูการแบ่งจ่ายได้จากลิงค์นี้นะคะ http://agdentalplus.com/orthodontics.html

    ขั้นตอนที่ 9. ผ่า ฟันคุด ค่ารักษาประมาณซี่ละ 3,500 บาท หลังจากติดเครื่องมือจัดฟันไปได้ระยะหนึ่งแล้ว ชินกับเครื่องมือจัดฟันแล้ว ก็ให้ทยอยผ่าฟันคุดออกทีละข้างค่ะ (แต่ก็มีบางเคสที่จำเป็นต้องผ่าฟันคุดให้เรียบร้อยก่อนติดเครื่องมือจัดฟัน นะคะ)

    ขั้นตอนที่ 10. รีเทนเนอร์ (เครื่องมือคงสภาพฟัน) บนและล่าง 4,000 บาท เมื่อจัดฟันเสร็จเรียบร้อยแล้ว จำเป็นต้องใส่เครื่องมือคงสภาพฟัน (รีเทนแนอร์) เพื่อช่วยให้ฟันคงตำแหน่งการเรียงตัวที่สวยงามตลอดไปค่ะ ภายหลังจากจัดฟันและใส่รีเทนเนอร์ไปเรียบร้อยแล้ว คุณหมอจะนัดกลับมาตรวจสุขภาพช่องปาก และปรับกระชับรีเทนเนอร์ทุกๆ 6 เดือนอีกเป็นระยะโดยไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ ดูแบบและลวดลายรีเทนเนอร์ คลิกที่นี่


    มาจัดฟันครั้งแรก ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ?
    ครั้งแรกเป็นการปรึกษาจัดฟัน ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ แต่ถ้าอยากทำเลย ก็สามารถเริ่มพิมพ์ปาก และเอ็กซเรย์ได้ค่ะ มีค่าใช้จ่าย 2,000 บาทค่ะ หลังจากนั้นจะนัดมาเคลียร์ช่องปากค่ะ เมื่อเรียบร้อยแล้วจึงจะนัดติดเครื่องมือจัดฟันได้นะคะ


    ติดเครื่องมือจัดฟันครั้งแรก  ต้องเตรียมเงินมาเท่าไหร่ ?
    ติดเครื่องมือจัดฟันครั้งแรก 3,500 บาทค่ะ นับเป็นการจ่ายค่าจัดฟันเดือนที่ 1 และจะมีค่าอุปกรณ์ทำความสะอาดฟันสำหรับคนจัดฟันโดยเฉพาะอีกประมาณ 400-500 บาทค่ะ


    ถ้าจ่ายค่าจัดฟันครบแล้ว แต่ยังจัดไม่เสร็จ ต้องจ่ายต่อหรือไม่ ?
    ค่าจัดฟันเดือนที่ 1-4 เดือนละ 3,500 บาท และตั้งแต่เดือนที่ 5 เป็นต้นไป เดือนละ 1,200 บาทค่ะ จ่ายไปเรื่อยๆจนครบยอดตั้งต้นที่คุณหมอแจ้งไว้ค่ะ หากจ่ายค่าจัดฟันครบแล้ว(ทั้งค่าจัดฟันและค่ารีเทนเนอร์) แต่ยังจัดไม่เสร็จ ก็จะจัดไปเรื่อยๆจนเสร็จเรียบร้อยโดยไม่ต้องจ่ายค่าจัดฟันแล้วค่ะ


    ค่าจัดฟันนี้ รวมค่าเคลียร์ช่องปากและค่ารีเทนเนอร์หรือยัง ?
    ค่าจัดฟันนี้ ไม่รวมค่าเคลียร์ช่องปากก่อนติดเครื่องมือจัดฟัน และไม่รวมค่ารีเทนเนอร์ค่ะ


  • คำถาม : จัดฟันแบบธรรมดา VS ดามอน จัดแบบไหนดี ?

    คำตอบ : การเรียงตัวของฟันหลังจัดฟันด้วยดามอนไม่จำเป็นต้องดีกว่าจัดฟันด้วยแบบโลหะธรรมดาเสมอไปครับ
    แต่ ในบางกรณีจัดด้วยดามอนแล้วฟันจะเรียงตัวได้ดีกว่า โดยเฉพาะในรายที่มีการซ้อนเกของฟันมาก แต่คนไข้ไม่ต้องการที่จะถอนฟันเลย ในรายแบบนี้จึงจำเป็นต้องจัดด้วยดามอนเท่านั้นครับ เพราะในกรณีเช่นนี้ฟันจะไม่สามารถขยับตัวมาเรียงกันได้เลยถ้าจัดฟันด้วยแบบ โลหะ
    แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคนไข้แต่ละรายไปครับ เช่นคนไข้จะต้องมีฟันหน้าที่ไม่ยื่นมาก จึงจัดฟันด้วยดามอนออกมาแล้วยิ้มแล้วฟันดูเต็ม และฟันหน้าดูไม่ยื่นออกมาครับ

    เพราะฉะนั้นหมอแนะนำให้คนไข้มาปรึกษากับหมอจัดฟันด้วยตัวเอง คุณหมอจึงจะแนะนำการจัดฟันแบบที่เหมาะสมให้ได้ครับ
    โดยทั่วไปข้อดีของการจัดฟันด้วยดามอนมีดังนี้ครับ
    1. ใช้เวลาจัดฟันเร็วกว่าแบบโลหะ ถ้าเคสไม่ถอนฟันใช้เวลาประมาณ1ปีถึง1ปีครึ่ง เคสถอนฟันประมาณ 1ปีครึ่งถึง 2ปี
    2. ความเจ็บปวดระหว่างการจัดฟันมีน้อยกว่า เพราใช้แรงน้อยกว่าในการเคลื่อนฟัน
    3. ไม่จำเป็นต้องมาปรับลวดทุกเดือนเหมือนการจัดฟันแบบโลหะ โดยเฉพาะช่วงแรกๆของการจัดฟันครับ
    4. ในกรณีที่คนไข้มีรากฟันที่ไม่ค่อยแข็งแรง การจัดฟันแบบดามอนจะลดโอกาสเกิดอันตรายต่อรากฟันอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากการจัดฟันแบบดามอนใช้แรงในการเคลื่อนรากฟันน้อยกว่าแบบโลหะอย่าง มากครับ

  • คำถาม : จัดฟันระบบดามอน VS จัดฟันแบบใสไร้เหล็ก Invisalign แบบไหนเหมาะกับคุณ ?

    คำตอบ : การจัดฟันแบบ Invisalign คือการจัดฟันโดยใช้เครื่องมือจัดฟันแบบถอดได้ (series of clear aligners)
    โดยจำนวนชิ้นของเครื่องมือขึ้นอยู่กับความยากง่ายของแต่ละ case
    ซึ่่ง เครื่องมือได้ออกแบบและผลิตออกมาเฉพาะบุคคล ซึ่งจะกำหนดการเคลื่อนของฟันแต่ละซี่โดยการคำนวณและการควบคุมโดย3-D computer imaging technology
    ข้อดีคือ
    1. ตำแหน่งฟันและองศาของแกนฟันแต่ละซี่่จะโดนควบคุมให้ออกมาตามที่ได้กำหนดไว้โดยcomputerโดยเฉพาะของคนไข้คนนั้นๆ
    2. เป็นเครื่องมือจัดฟันแบบถอดได้จึงสามารถถอดออกได้เวลาทานอาหารและแปรงฟัน
    3. เป็นเครื่องมือที่สวยงามมาก แทบจะมองไม่เห็นเลยถ้าไม่เข้ามาคุยด้วยใกล้ๆ
    4. ในรายที่ไม่สามารถมาพบทันตแพทย์ได้ตามนัด สามารถให้คนไข้รับ Invisalign จำนวนชิ้นทั้งหมดของคนไข้ได้ในคราวเดียว
    (ปกติแล้วจะนัดคนไข้ให้มาพบทันตแพทย์ ประมาณทุกเดือนครึ่งเพื่อดูความคืบหน้าและให้เครื่องมือตัวต่อไป)

    ข้อเสีย
    1. ราคาแพงมาก เพราะถูกออกแบบและผลิตออกมาโดยเฉพาะของคนไข้นั้นๆโดยบริษัท Align Technology , USA
    (คน ไข้ต้องมารับการตรวจวินิจฉัยโรค วางแผนการรักษา พิมพ์ปากเทคนิคละเอียดพิเศษ แล้วจึงส่งงานพิมพ์ปากนั้นไปให้ Lab ที่เมืองนอกออกแบบและผลิตให้ แล้วจึงส่งชิ้นงานกลับมาเมืองไทย)
    2. โดยส่วนมากจะใช้กับcaseถอนฟันไม่ได้


    ส่วนการจัดฟันแบบ Damon คือการจัดฟันโดยใช้เครื่องมือจัดฟันแบบติดแน่น

    ข้อดีอย่างมากของเครื่องมือนี้คือทำให้ฟันเคลื่อนที่ได้เร็วมากเมื่อเทียบกับ การจัดฟันแบบติดแน่นแบบอื่นๆ โดยเฉพาะในรายที่มีการถอนฟัน(ซึ่งจะจัดฟันแบบ Invisalignไม่ได้)

    แต่ข้อเสียเมื่อเทียบกับ Invisalign คือจะมองเห็นได้อย่างชัดเจนและไม่สามารถถอดออกได้เองโดยตัวคนไข้ในเวลาทาน อาหารและแปรงฟัน และจำเป็นต้องพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 1-2 เดือน
    อย่างต่อเนื่องอย่างน้อยประมาณ 1-2ปี


    โดยทั่วไปแล้วคนไข้ที่เลือกรับการรักษาโดย Invisalign จะมาหาทันตแพทย์จัดฟันโดยมีความต้องการ
    อย่างเด่นชัดว่าไม่ต้องการให้เห็นเครื่องมือจัดฟัน โดยส่วนมากคนไข้เหล่านี้จะเป็น flight attendant ดารา หรือบุคคล A-list ในสังคม
  • คำถาม : จัดฟันมาจากที่อื่นแล้วสามารถย้ายมาจัดที่ AG ได้หรือไม่ ?

    คำตอบ : กรณีย้ายที่อยู่ ย้ายจังหวัด เปลี่ยนสถานที่เรียน หรือสถานที่ทำงาน คนไข้สามารถมาจัดฟันที่ AG Dental Plus ได้ค่ะ

    โดยค่าใช้จ่ายในการจัดฟันต่อจนเสร็จเรียบร้อย จะพิจารณาตาม ความยาก-ง่าย & ปริมาณของงานที่เหลือค่ะ

    จะ ทราบรายละเอียดในส่วนนี้ได้หลังจากคนไข้นัดเข้ามาพบคุณหมอจัดฟัน เพื่อตรวจประเมินดูก่อนค่ะ เมื่อทราบค่าใช้จ่ายและแผนการรักษาแล้ว คนไข้จะได้กลับไปตัดสินใจอีกครั้งค่ะ

    ส่วนเรื่องจะใช้เครื่องมือชุด เดิม จัดต่อไปได้เลย หรือต้องถอดเครื่องมือเก่าออก แล้วติดเครื่องมือชุดใหม่ อันนี้ต้องเข้ามาให้คุณหมอจัดฟันดูก่อนค่ะ เคสของแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ

    หากเป็นไปได้ ควรนำข้อมูลก่อนจัดฟันจากคลินิกเดิมมาด้วยค่ะ (ใบส่งตัว, model, film x-ray) คุณหมอจะได้ทราบว่าจัดฟันไปถึงระยะไหนแล้วค่ะ คลินิกทันตกรรมเอจีเดนทัลพลัส ยินดีต้อนรับคนไข้ทุกคนค่ะ
  • คำถาม : ใส่ฟันปลอมด้านหน้าอยู่ สามารถจัดฟันได้หรือไม่ ?

    คำตอบ : ใส่ฟันปลอมด้านหน้าก็สามารถจัดฟันได้่ค่ะ โดยในระหว่างที่กำลังจัดฟันอยู่ คุณหมอจัดฟันจะแต่งฟันปลอมติดไว้กับเครื่องมือจัดฟันให้ด้วย ไม่ต้องกังวลในเรื่องความสวยงามนะคะ ไม่ปล่อยให้คนไข้ฟันหลอแน่นอนค่ะ
    และ เมื่อจัดฟันทุกซี่ในช่องปากให้เรียงตัวสวยงามเข้าที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากถอดเครื่องมือจัดฟันออก คนไข้จำเป็นต้องทำฟันปลอมชุดใหม่ โดยจะทำเป็นฟันปลอมแบบถอดได้ หรือแบบติดแน่นก็ได้ค่ะ
  • คำถาม : มีเสียงที่ข้อต่อขากรรไกรเวลาอ้าหุบปาก สามารถจัดฟันได้ไหม ?

    คำตอบ : เสียงที่ข้อต่อขากรรไกร มีหลายแบบ เช่น เสียงคลิก เสียงกึ๊ก เสียงกรอบแกรบหรือครืดคราด
    ซึ่งเสียงเหล่านี้เกิดจากความผิดปกติที่แตกต่างกันครับ
    สำหรับ เสียงที่เกิดจากลักษณะของข้อต่อขากรรไกรสึก จะทำให้ผิวข้อต่อขรุขระ และเสียดสีกับหมอนรองข้อต่อ ทำให้เกิดเสียงครืดคราด ผู้ป่วยที่มีอาการข้อต่อสึกรุนแรงมักจะมีอาการปวดบริเวณหน้าหูและมีการสบฟัน เปลี่ยนแปลง ลักษณะเช่นนี้ยังไม่แนะนำให้จัดฟันครับ
    ดังนั้นหากพบว่าตนเองมีเสียงที่ข้อต่อขากรรไกร หรือปวดขากรรไกร แนะนำให้ปรึกษาทันตแพทย์เฉพาะทางด้านบดเคี้ยวก่อนครับ
  • คำถาม : นอนกัดฟันเสียงดังจนคนข้างๆรำคาญ มีวิธีในการรักษาอย่างไร ?

    คำตอบ : ปัจจุบันยังไม่มีวิธีในการรักษาอาการนอนกัดฟันให้หายขาดได้ เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์พบว่านอนกัดฟันเป็นหนึ่งในความผิดปกติในการนอนหลับ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับระบบสั่งการของสมองหลายส่วนและสัมพันธ์กับความ เครียด ดังนั้นจึงยังไม่มีการรักษาให้หายขาดได้ การรักษาในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นไปในทางป้องกัน ได้แก่ การใส่ nightguard หรือเฝือกสบฟัน และ การผ่อนคลายความเครียด สำหรับ เฝือกสบฟัน มีสองแบบ คือแบบนุ่มและแบบแข็ง การใช้งานแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับการพิจารณาของทันตแพทย์เฉพาะ ทาง แต่โดยทั่วไปจะแนะนำให้ใส่เฝือกสบฟันชนิดนุ่มในผู้ป่วยเด็กเนื่องจากยังมี การเจริญเติบโตของขนาดขากรรไกรอยู่ และในผู้ใหญ่จะแนะนำให้ทำเฝือกสบฟันชนิดแข็ง เนื่องจากสามารถใช้งานได้ยาวนาน แข็งแรงทำความสะอาดง่าย ดังนั้นหากทราบว่าตนเองนอนกัดฟันจนเป็นที่น่ารำคาญใจ สามารถป้องกันได้โดยการใส่เฝือกสบฟันครับ
  • คำถาม : นอนกัดฟันมีผลเสียอย่างไร ต้องรักษาไหม ?

    คำตอบ : การนอนกัดฟันเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นขณะนอนหลับ ซึ่งมีความเกี่ยวของกับวงจรการนอนหลับซึ่งถูกควบคุมโดยสมอง
    ทำให้เกิดรูปแบบการกัดฟันในขณะนอนหลับขึ้น ซึ่งมีทั้งการกัดฟันแบบไถทำให้เกิดเสียงและการกัดแบบแน่นๆ
    จาก การศึกษาพบว่าแรงบดเคี้ยวที่เกิดขึ้นในขณะนอนหลับนั้นจะมากกว่าการเคี้ยว อาหารปกติหลายเท่า จึงทำให้เกิดเสียงดังกรอดๆได้ หรืออาจมีอาการเมื่อยบริเวณใบหน้าหลังตื่นนอน หรืออ้าปากได้ลำบากหลังตื่นนอน ผู้ป่วยบางรายมีการกัดกระแทกมากจน ฟันร้าว ผิวฟันบางลง เสียวฟัน หากฟันสึกเป็นปริมาณมากและเสียวฟัน อาจจำเป็นต้องรักษารากฟัน ทำครอบฟัน ซึ่งจะยุ่งยากและเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น
    ดังนั้นหากทราบว่ามีอาการดัง กล่าวหรือนอนกัดฟัน แนะนำให้มาปรึกษาเรื่องนอนกัดฟันเพื่อทำเฝือกสบฟันป้องกันการนอนกัดฟันที่จะ ทำอันตรายกับฟันของคุณได้ครับ
    แต่หากไม่แน่ใจว่าตนเองนอนกัดฟันหรือไม่ ปัจจุบันมีวิธีการตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือชื่อ Bruxchecker
    เป็น ครอบฟันแบบบางสีแดง คล้ายกระดาษแก้ว (คล้ายถาดฟอกสีฟัน) ซึ่งเราจะพิมพ์ฟันเพื่อทำ Bruxchecker และจะให้ใส่ในขณะนอน โดยใส่ที่ฟันบน หากมีการนอนกัดฟัน สีแดงของ Bruxchecker จะหลุดลอกไปในบริเวณที่ไม่ใช่การสบฟัน ทำให้ทราบว่านอนกัดฟันครับ
  • คำถาม : หมุดจัดฟันคืออะไร เจ็บมากไหม ?

    คำตอบ :
    การปักหมุด คือ การใช้อุปกรณ์เสริมช่วยในการเคลื่อนฟันค่ะ
    หมุด มีลักษณะเป็น screw ตัวเล็กๆ ทำจากโลหะผสม titanium ใช้สำหรับปักเข้าไปในกระดูกรองรับรากฟัน เพื่อช่วยดึงฟันในการจัดฟันค่ะ

    หมอ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพตามง่ายๆนะคะ โดยปกติกรณีฟันยื่น คนไข้มักต้องถอนฟันกรามน้อย จะได้มีพื้นที่ดึงฟันเข้าไปด้านหลังเพื่อแก้ฟันยื่น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เวลาดึงฟันหน้าเข้าไป ฟันหลังก็จะขยับมาข้างหน้าด้วย จนฟันมาชิดกันปิดช่องว่างที่เคยถอนไป
    แต่ถ้าหากว่า คนไข้ฟันยื่นมากๆ เราก็ต้องอยากให้ช่องว่างที่ถอนไปนั้น ใช้ดึงฟันหน้าเข้ามาทั้งหมด โดยไม่ให้ฟันหลังขยับมาข้างหน้า กรณีแบบนี้ จำเป็นต้องใช้หมุดร่วมด้วยค่ะ คุณหมอจัดฟันจะดึงฟันหน้าเข้ากับหมุดโดยตรงเลย ช่องว่างจากการถอนฟันจะได้ดึงฟันหน้าเข้ามาได้เต็มที่ โดยที่ฟันหลังไม่เคลื่อนมาด้านหน้า ก็จะลดความยื่นได้มากค่ะ

    หมุดยังใช้ได้ในหลายแบบนะคะ แต่ยกตัวอย่างนี้ขึ้นมาจะได้เห็นภาพตามง่ายๆค่ะ ส่วนใหญ่จะใช้ในเคสที่ทำด้วยเทคนิคปกติได้ยาก

    ส่วนขั้นตอนในการทำนั้น มีดังนี้ค่ะ
    1. x-ray ดูตำแหน่งที่จะปักหมุด
    2. ทายาชา + ฉีดยาชาเล็กน้อย
    3. ปักหมุดได้เลยค่ะ

    ตอนทำก็อาจรู้สึกนิดหน่อยตอนฉีดยาชาค่ะ แต่รับรองว่าเจ็บน้อยกว่าถอนฟันแน่นอนค่ะ
  • คำถาม : จัดฟันทำให้หน้าเรียว จริงไหม ?

    คำตอบ : ความจริงแล้ว การจัดฟันไม่ได้มีผลกับรูปหน้า หรือโครงหน้าโดยตรงนะคะ ที่เห็นว่าคนส่วนใหญ่จัดฟันแล้วมักจะเรียวขึ้น ก็ไม่ได้เกิดขึ้นแบบนั้นทุกคนค่ะ เรื่องรูปหน้าที่มักจะเรียวขึ้น อาจจะเป็นผลพลอยได้จากการจัดฟันนิดหน่อยค่ะ เพราะระหว่างที่จัดฟัน มักจะน้ำหนักตัวลดลง เมื่อผอมลง หน้าก็ดูเรียวขึ้นเป็นธรรมดาค่ะ

    อีกเหตุผลนึงคือ ระหว่างจัดฟัน จะต้องหลีกเลี่ยงอาหารประเภทแข็งๆเหนียวๆ เมื่อการบดเคี้ยวลดลง กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าก็เล็กลงด้วยเช่นกันค่ะ
  • คำถาม : มีอาการปวดขากรรไกร ควรทำอย่างไร ?

    คำตอบ : ปรึกษาทันตแพทย์เฉาะทางด้านทันตกรรมบดเคี้ยว สำหรับคำแนะนำเบื้องต้นเพื่อลดอาการปวดขากรรไกร
    1. ประคบอุ่น
    2. ทานอาหารอ่อน หลีกเลี่ยงของแข็งๆ เหนียวๆ
    3.เวลาเคี้ยวอาหาร ต้องเคี้ยวให้พอๆกันทั้งสองข้าง ห้ามเคี้ยวข้างเดียว
    4. ห้ามนั่งเท้าคาง ห้ามนอนคว่ำ และอย่าเผลอกัดเน้นฟันระหว่างวัน
    5. หากปวดมาก อาจต้องมีการให้ยา และทำเฝือกสบฟัน ให้รีบมาพบทันตแพทย์เพื่อรักษาต่อไปค่ะ
  • คำถาม : ฟันถูกกระแทก หักไปครึ่งซี่ ยังรักษาได้ไหม ?

    คำตอบ : ฟันที่ได้รับอุบัติเหตุ ต้องติดตามดูไปเรื่อยๆค่ะ

    ถ้าส่วนที่หักไป ไม่ลึกถึงชั้นโพรงประสาทฟัน แบบนี้ก็จะอุดเติมขึ้นมาให้เหมือนเดิมก่อนค่ะ พอหลังจากอุดเติมขึ้นมาให้เป็นปกติแล้ว ในอนาคต หากเกิดปวด บวม ฟันเปลี่ยนสีกลายเป็นสีคล้ำ แบบนี้ก็จะต้องรับการรักษาต่อไปค่ะ โดยการรักษารากฟัน

    คือฟันที่ได้รับการกระแทก ถ้าโชคดี ไม่รุนแรงเกินไป อุดแล้วก็จบค่ะ หรือหากวัสดุที่อุดมีหักบิ่นไปอีก ก็ซ่อมแซมกันไป แต่ถ้าหากปวด บวม ฟันเปลี่ยนสี ก็แสดงว่าอุบัติครั้งนี้รุนแรงจนทำให้ฟันตาย ซึ่งบางคนผ่านไปเป็นสิบๆปีถึงแสดงอาการก็มีค่ะ

    แต่ถ้าตรวจแล้วพบว่า ส่วนที่หักตอนนี้ลึกถึงชั้นโพรงประสาทฟันแล้ว แบบนี้ก็ต้องเริ่มรักษารากฟันตั้งแต่ตอนนี้เลยค่ะ
  • คำถาม : ฟันห่าง อยากทำให้ฟันชิดสวย ทำได้หรือไม่ ?

    คำตอบ : เรื่องปิดช่องว่างระหว่างฟันทำได้หลายวิธีค่ะ
    1.จัดฟัน จะดีสุด คือ รูปร่างและขนาดของฟันเรายังคงเป็นเหมือนเดิม ใช้การจัดฟันเลื่อนให้ฟันมาอยู่ชิดติดกัน แต่ค่าใช้จ่ายสูง และใช้เวลานาน ถ้ามีปัญหาอื่นๆด้วย เช่น ฟันยื่น ฟันตรงอื่นซ้อนเก หรือห่างหลายๆตำแหน่ง เลือกเป็นการจัดฟันก็จะคุ้มค่าค่ะ.... แต่ถ้ามีปัญหาอยู่แค่ช่องเดียว ก็ควรเลือกการรักษาด้วยวิธีอื่นค่ะ
    2. อุดปิดช่องว่าง แบบนี้ประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุด ได้ความสวยงามประมาณนึงค่ะ ฟันจะดูซี่ใหญ่ขึ้น อ้วนขึ้น และต้องยอมรับได้ว่า มันก็สามารถจะหลุด ค่อยๆกร่อนไปได้ตามกาลเวลา อาจต้องทำใหม่อยู่เรื่อยๆ บางคนรักษาดีหน่อย ไม่ใช้ฟันหน้ากัดของแข็ง ทำแล้วก็อยู่ได้หลายปีค่ะ
    3. วีเนียร์ ถ้าช่องว่างใหญ่มากๆ ก็ควรเลือกเป็นวีเนียร์ค่ะ ได้เรื่องความสวยงาม แต่ข้อเสียก็คืออาจต้องมีการกรอผิวหน้าฟันเล็กน้อย และค่าใช้จ่ายสูงนิดนึงค่ะ
  • คำถาม : ยิ้มแล้วเห็นเหงือกเยอะ ฟันสั้น แก้ไขได้หรือไม่ ?

    คำตอบ :

    ลักษณะของคนที่ยิ้มแล้วสามารถมองเห็นส่วนของขอบเหงือกได้เยอะ หรือที่เรียกว่า Gummy smile สามารถแก้ไขได้ค่ะ
    ในเบื้องต้นแนะนำให้มาตรวจอย่างละเอียดก่อนค่ะ เพื่อเช็คว่าเรามีลักษณะของ gummy smile เยอะหรือไม่ และมีปัญหาที่ต้องแก้ที่จุดไหน โดยอาจต้องเอ็กซเรย์ในช่องปากร่วมด้วยค่ะ
    สำหรับการแก้ไข สามารถทำได้ด้วยวิธีการดังนี้ค่ะ
    1.การตัดเหงือกเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีการกรอแต่งกระดูกหุ้มฟันร่วมด้วย (Gingivectomy) แบบนี้ค่าใช้จ่ายจะถูกที่สุด คือซี่ละ 800-1,000 บาทค่ะ
    แบบนี้คือเกิดจากระดับของเหงือกสูงเพียงอย่างเดียว สามารถแก้ไขโดยการตัดเหงือกเพียงอย่างเดียว (Gingivectomy) ได้ ซึ่งที่ AG Dental Plus มีเครื่องจี้ไฟฟ้า Electrosurgery ซึ่งภายหลังตัดเหงือกแล้วจะมีเลือดซึมเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย  เหงือกไม่ช้ำม่วง และไม่ต้องเย็บค่ะ
    2.การตัดเหงือกร่วมกับการกรอแต่งกระดูกหุ้มฟัน (Esthetic crown lengthening)
    หากเอ็กซเรย์แล้วพบว่า ระดับของกระดูกหุ้มฟันสูงก็จำเป็นต้องกรอแต่งกระดูกหุ้มฟันร่วมด้วย (ระบบธรรมดา Esthetic crown lengthening) และมีการใช้ไหมเย็บแผล เย็บไว้ 7 วันแล้วนัดกลับมาตัดไหมค่ะ
    3.การผ่าตัดแก้ไขที่กระดูกขากรรไกร

    ในบางกรณี Gummy smile อาจไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการตัดเหงือก หากเป็นคนที่มีลักษณะของขากรรไกรบนยาว หรือมีฟันซี่เล็กอยู่แล้ว อาจต้องแก้ไขด้วยวิธีผ่าตัดขากรรไกรค่ะ
  •